preamwut's profileO.o° •·.·´¯`·.·• tEr_tEr...PhotosBlogListsMore Tools Help

preamwut munsab

Occupation

-*-

Photo 1 of 3
28 March

ผลวัดระดับความเมา

 

*ได้รับการพิสูจน์มาแล้ว*

ระดับของความเมา

สถาบันด๊อกเตอร์มาร์ตินได้แบ่งระดับความเมาเหล้าของมนุษย์ไว้ 5 ระดับด้วยกัน คือ:

ระดับที่ 1: GENIUS (ฉลาด)
เมื่อคนดื่มเหล้าเข้าไปเมาจนถึงระดับนี้ซึ่งเป็นระดับแรกจะรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล
คนในบาร์ความเป็นจริงทุกอย่างในจักรวาลจะถูกนำออกมาเปิดเผยหมด
ไม่ว่าใครจะพูดเรื่องอะไรคุณจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านนั้นพอดิบพอดีและคุณจะรู้สึกว่าทุกๆ
อย่างที่คนอื่นพูดมา จะเป็นเรื่องผิดไปหมด
ไม่ตรงกับข้อมูลที่คุณมี จึงจะมีการเริ่มตั้งข้อโต้แย้งต่างๆกัน



ระดับที่ 2: MILLIONAIRE (รวย)
เมื่อเมาถึงระดับนี้คุณจะค้นพบว่าตัวเองนั้นมีเงินมหาศาล
คุณสามารถที่จะเลี้ยงเหล้าทุกคนในบาร์ได้
เพราะคุณมีเงินมหาศาล
และถ้าใครพูดอะไรผิดหู คุณสามารถที่จะท้าพนันได้ทุกเรื่อง
เพราะคุณยังฉลาดกว่าด้วย


ระดับที่ 3: GOOD LOOKING (ดูดี)
คุณจะเริ่มค้นพบว่า คุณมีรูปร่างหน้าตาที่ดูดีที่สุดในละแวกนั้น
และทุกๆ คนเริ่มที่จะหันมาสนใจคุณ เพราะคุณดูดี
แน่นอนคุณสามารถเดินไปคุยกับทุกๆ คนได้ทุกๆ เรื่องด้วย
เพราะคุณทั้งดูดี, ฉลาดและรวยมหาศาล


ระดับที่ 4: BULLET PROOF (คงกระพัน)
เมื่อเมาถึงระดับนี้ ตัวคุณจะมีวิชาคงกระพันแก่กล้ากว่าคนทั่วไป
และพร้อมที่จะเข้าห้ำหั่นกับทุกๆ คนได้
เพราะไม่มีใครจะทำอันตรายคุณได้
คุณสามารถท้าพนันตีต่อยกับเพื่อนคุณก็ได้
และคุณก็ไม่กลัวแพ้ด้วย
เพราะว่าคุณทั้งฉลาด,
ทั้งดูดี, ทั้งรวยและต่อสู้เก่งระดับนักมวยอาชีพ



ระดับที่ 5: INVISIBLE (หายตัว)
ระดับความเมาสุดยอด คุณต้องดื่มมากจึงจะเมาถึงระดับนี้ได้
ด้วยความเมาที่ระดับนี้ คุณสามารถทำอะไรก็ได้
เพราะไม่มีใครเห็นคุณ,
จะไปเต้นรำบนโต๊ะ, เยี่ยวข้างถนนม, แหกปากร้องเพลงกลางถนน,
ไล่ตีหัวคนอื่นก็ทำได้ เพราะไม่มีใครเห็นคุณ

the end

                  

21 March

เจ็บมั้ยล่ะ ^_^"

ขอโทษ ทุกคนด้วยนะ ที่ช่วงนี้ม่ะค่อยได้อัพblog
เพราะว่ากะผมประสบอุบัติเหตุ นิดหน่อย (แค่ดั้งหักเอง)
แต่ทำเรียบร้อยและ กลับมามีดั้งและ อิอิ^_^
แต่ตอนนี้ก้อยังกระทบกระเทือนมากม่ะได้
เพราะหมอสั่ง อาจจาเปงสัก2-3ปี เลย (อดเล่นรัยแรงๆ เลย เซง)
อืมม เด๋วไปและ รายละเอียด เรื่องที่ดั้งหัก ม่ะอยากบอกอ่ะนะ
เพราะมานคล้ายๆ กะblog ที่เขียนอันแล้ว แต่มานคนละประเด็นนิดนึง
 BYE BYE
22 February

~อุทาหรณ์ คนกินเหล้า~

  เรื่องมานก้อมีอยู่ว่าเมื่ออาทิตย์แล้วนี้.. ไม่ซิ
ประมาณวันศุกร์หรือวันเสาร์นี่แหละหลังจาเรากลับจากร้านเนต
กลับมาก้อใช้ชีวิตแบบเดิมๆ คุยโทรศัพท์ตามประสาวัยรุ่น กว่าจาเสร็จธุระ
ก้อปาเข้าไปตี3 กะลังง่วงๆ อยู่ หาวแล้วหาวอีก
แต่สุดท้ายเสียงโทรศัพท์ที่หอก้อดังขึ้น...
 
 
แล้วเราก้อรับสาย ปรากฏว่า กิฟท์โทรมา(กิฟท์คือเพื่อนที่รามด้วยกันอยู่หอใกล้กัน)
มานบอกว่า"ฮัลโหล เตอร์กรูวานรัยหน่อยดิ"
 
 
เตอร์ก้อพูดต่อไปว่า "วานรัยวะ ดึกดื่นป่านนี้แล้ว"
 
 
สุดท้ายมานก้อบอกว่า "อ้ายอัตหาย (อัต คือแฟนกิฟท์ ก้อเพื่อนเตอร์อีกอ่ะแหละ) ไปเปงเพื่อนกรูตามหามานหน่อยดิ"
 
 
อย่างว่า จาให้กิฟท์มานไปคนเดียวก้อกะรัยอยู่ ตี3แล้ว ก้อเลยตัดสินใจไปทั้งๆที่ง่วง
พอลงมาข้างล่างกิฟท์มานก้อบอกว่า "อ้ายอัตมานเมา ตอนแรกมานกินเหล้ากะเพื่อนเสร็จมานก้อมาหากรูแหละ พอมานนอนได้สักพัก อัตมานก้อบ่นพึมพำรายมานก้อไม่รู้ประมาณว่า ตูจาไปตามหาไข่(สงสัยมานคงอยากเปงไข่ย้อยมั้ง)แล้วมานก้อวิ่งออกจาห้อง" กิฟท์มานก้อยู่กะเพื่อนอีกคน มานก้อนึกว่า เด๋วอ้ายอัตก้อมา
แต่มานก้อหายไปพัก ด้วยความที่ว่าเพื่อนกรู เจือกรักแฟนมาก(รักแล้วแมร่งดันปล่อยมานไป) เฮ้อ!! ดีเจงๆ เพื่อนกรู
 
 
สุดท้ายความซวยก้อมาเยือนกรู เอาไงเอากัน
 
 
กิฟท์มานก้อชวนเตอร์ไปเดินหามานทั้งซอย ไม่ว่าจาเปงห้องพี่อัต(แต่มานม่ะได้โทรหาพี่อ้ายอัตอ่ะนะ กัวพี่อ้ายอัตรู้แล้วจาไปฟ้องแม่) ต่อไปก้อไปห้องเพื่อนมาน ไปดูก้อม่ะเหงมีอีก เดินไปเดินมา ก้อม่ะเจอ
 
 
เวลาตอนนี้ก้อปาไปประมาณตี4และ เตอร์ก้อเลยบอกกิฟท์ "เฮ้ย เมิงกลับไปนอนเหอะเด๋วมานก้อมาเอง" แต่สีหน้านังกิฟท์มานก้อ กังวล บ่นไปเรื่อย ตามประสาคนเปงห่วงแฟน
 
 
และแล้วเตอร์ก้อเลยไปส่งมานห้อง พอมานมาห้องก้อยังม่ะมี เตอร์ก้อบอกมานว่าเด๋วมานก้อมา นอนๆ กันไปเหอะ นี่มานก้อนะ จาเช้าและ แต่แล้วก้อได้ยินเสียงฝีเท้ารัยสักอย่างวิ่งมา ในความคิดตอนนั้นเตอร์คิดว่า อ้ายอัตแหง๋ เพราะคนเมาแมร่งวิ่งเสียงโคตรดัง ดังแมร่งทั่วชั้นนั้นเลย
 
 
พอเตอร์แหงนหน้า ออกไปดู ภาพที่เห็น คืออ้ายอัตเจงๆ แต่ มานกลับมาม่ายเหมือนเดิม ก้อคือ ในความคิดตอนแรกของเตอร์ ยังคิดเลยว่า มานไปมีเรื่องมาแน่ๆ เพราะ
หน้าตามานบวม เลือดกรบปาก หุหุ (สงสัยมานไปสะดูดติงคัยมาแหง๋มๆ) ตอนนั้นด้วยความโต๊ะจัยของทุกคน เลยรีบให้มานเข้าห้องแล้วให้มานเล่าให้ฟัง
 
 
แต่อย่างว่า คนเมา อ่ะ เมาม่ะธรรมดา ก้ออย่างที่บอกตอนแรก แมร่งมีจาไปหาไข่ นี่แหละ เจอไข่มังกรซ๊า ซวยแท้ๆ
 
 
แล้วอัตมานก้อค่อยๆ เล่าให้ฟัง มานเล่าว่า "เฮ้ยอ้ายเตอร์ มานทำกรู"
 
 
เตอร์ก้อถามว่า "คัยวะทำมึง"
 
 
มานก้อบอกต่อว่า "อ้ายเด็กตึก1 เด็กใต้"
 
 
เตอร์ก้อถามต่อ "แล้วมานมีกี่คน"
 
 
มานก้อบอกว่า "4คน แต่เปง หญิง 3 ชาย1" (มัยมีผู้ ญ ด้วย.. มานโดนผู้ญเล่นซะขนาดนี้หรอเนี่ย) มานพูดต่ออีกว่า "เตอร์เมิงก้อรู้นะว่ากูเมา(กรูรู้อยู่แล้วเว้ย!!เมาสุดติง) กรูนะแค่เดินไปหน้าตึกนะ แล้วประมาณว่า กรูเซ อ่ะ แล้วกรูก้อไปโดนใส่กลุ่มนั้นโดยมีผู้ ญ 3คน แล้วเค้าก้อประมาณว่าวี๊ดว๊าย ด้วยความตกจัย แต่กรูก้อขอโทษแล้ว แทบยกมือไหว้เลย"
 
 
แล้วเตอร์ก้อถามมานต่อว่า "เอ้าแล้วมัยเมิงโดนต่อยล่ะ คัยทำเมิง"
 
 
อัตมานก้อบอกว่า "ก้อต่อจากที่กรูขอโทษผู้ ญ กลุ่มนั้นแล้วนะ ก้อมีผู้ ชายคนนึงเข้ามาแล้วมานก้อพูดว่า มีรัยเปล่าพี่ กรูก้อบอกเปล่านะ พี่ ผมไม่มีรัย" ด้วยความที่ว่าผู้ ชายคนนั้นเข้ามาพูดดี แต่มานพอเห็นว่าเมาหน่อย มานก้อพูดต่อไปว่า "เมิงไม่มีรัยหรอ" มานก้อเตะซับเข้าไปที่หน้า1ที แล้วก้อ สกรัมอีกพักหย่ายๆ (ถึงว่า มานอ่วมเลยวันนั้น) แล้วพวกผู้ ญ พวกนั้นก้อห้าม มานก้อพอ แล้วมานก้อหนีไป ส่วนกรู ก้อเลยรีบวิ่งมาหาเมิงนี่แหละ อ้ายเตอร์!!!
 
 
ทุกคนในห้องก้ออึ้งกันหมด เตอร์เลยพูดต่อว่า "งั้นเด๋วเอาคืนวันหลังก้อได้ จำหน้าได้เปล่า" อัตมานบอกต่อว่า "ตูจำได้ จำได้แม่นมาก ถ้ามานยืนเรียง10กรูก้อจาต่อยแมร่งเรียง10"(หุหุ ตกลงเมิงจำได้มั้ยเนี่ย)
 
 
และแล้วอ้ายอัตก้อโมโห จาเดินออกไปนอกห้องอีก อีกิฟท์ก้อห้ามแฟนมาน แต่แรงผู้ ญ หรือจาสู้แรง ชาย มานก้อห้ามม่ะอยู่ แถม อ้ายอัต ดันไปหยิบมีดทำครัวขึ้นมา(ซวยตูแน่ๆ ม่ะช่วยก้อม่ะได้ เหงสีหน้าอีกิฟท์ มานกัวแย่และ) เอางัยเอากัน เตอร์ก้อกระโดดเข้าไปห้ามอ้ายอัต (แรงแมร่งเยอะชิป!! หรือว่าตัวเราเล็กวะ) ห้ามอยู่พักอย่ายๆ มานโมโหมันมั้ง ขว้างมีดผ่านหน้าไป หุหุ น่ากัว ชิหาย
 
 
แล้วเตอร์ก้อเลยบอกมานว่า "เฮ้ยเมิงนอนเหอะถึงไปเอาคืนตอนนี้มานก้อม่ะอยู่แล้ว"
อัตมานก้อชี้หน้าเตอร์แล้วพูดว่า "เฮ้ย เมิงม่ะช่วยกรูม่ายเปงรัย กรูยอมติดคุก1คนดีกว่าอยู่เฉยๆ ให้พวกมานรังแกอย่างงี้ (ลูกผู้ชายตัวจิง) พวกมานก้อฆ่าไปหนึ่งแล้ว เมิงยังจาอยู่เฉยอีกหรอ (คนที่โดนฆ่าก้อ คือเด็กรามที่รับ ปริญญาอ่ะ) แมร่ง มานหย่ายมาจากหนายวะ "
 
 
เตอร์ล่ะกลุ้มจัยกะมานม่ะรู้จาทำงัย ก้อต้องคอยเฝ้ามานเรื่อยๆ ส่วนอีกิฟท์ ก้อร้องห่มร้องไห้จาเปงจาตาย แต่ก่อนหน้านั้นตอนที่อ้ายอัตจับมีด อีกิฟท์บอกกะเพื่อนอีกคนว่าให้โทรแจ้งความกะหัวปิงปอง (ไม่รู้มานคิดได้งัย แฟนมานนะน่ะ)
 
 
อ้ายอัตก้อยังพยายามบ่นพึมพำๆ คิดดูมานบ่นว่ารัยรู้ม่ะ มานบ่นไปตั้งแต่สมัยพ่อขุนนู่น เตอร์ก้อนั่งฟังมานนะ ฟังไปหันมาอีกด้านก้อ ฮา ไป (มานคิดได้งัยวะ นึกไปซะนู่นเลย สมัยอยุธยายังมีเลย ถึงว่า ไข่มังกรที่ไปหา มานคงนึกไปสมัยยุคหินแหง๋)
ตอนนั้นก้อปาเข้าไปตี5 รู้สึกมานก้อเริ่มจาสร่างๆ นิดๆ มานก้อเริ่มบ่นออกมาอีก
อัตมานพูดว่า "เฮ้ยเตอร์ กรู ม่ะได้ทำรัยเค้านะเว้ย ตูแค่เมาแล้วเซไป อาจจามีไปจับข้อมือเค้าบ้าง แต่ตูก้อขอโทดเค้าแล้วนะเว้ย แต่แมร่งอ้ายเชี่ยนั่นดิ สาด เสือกมานล่อกรู เมิงก้อรู้ กรูเมา กรูจาเอาแรงไหนไปสู้"(อ่อตูว่าแล้ว มัยถึงโดนติง เพราะงี้แหง๋ แล้วเจือกเมาด้วยนะ ทำรัยกลับม่ะได้ด้วย)
 
 
และแล้ว มานก้อพูดออกมา หุหุ กว่าจาบอกได้ ตูแมร่งม่ะได้นอนเลยนะเนี่ย แถมจาไปเอาคืนนอกรอบก้อม่ะได้ มานดันจำหน้าม่ะได้ แต่ก้อดีและ อยู่เฉยๆ ดีกว่า เด๋วพ่อแม่รู้ว่ามีเรื่อง เค้าจาเปงห่วง
 
 
สุดท้ายนี้ ก้ออย่าจาฝากไว้เรื่อง "เหล้า" กินก้อกินได้นะ คับ เพื่อนกรูทุกคนด้วยน๊า กินแล้วอย่าเปงอย่างมานนะเว้ย ตูก้อเคยเปง แต่ ตูม่ะร้ายขนาดทำลายข้าวของ วะ แต่เจงๆ อ้ายอัตมานเปงคนไม่มีรัยเลยนะ เงียบๆ รักสงบ แต่เพราะ "เหล้า" ก้อลองคิดดูกานนะเพื่อนๆ กินได้แต่พอควร
 
 
 
  
11 February

* ลองคิดดูนะ มานเปงอย่างงี้ จิง จิง *


                               

 ในขณะที่เราคิดถึงคน ๆ นึงตลอดเวลา
เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้
และบางครั้ง ก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน
 
บางครั้ง การได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า
สิ่งที่เราคิดทั้งหมด มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว
ฉะนั้น ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะจมกับความฝัน
มากกว่าการได้รับรู้ความจริง
การไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจเค้า ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า...
เราอาจเป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4...
และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า...
ก็ขอให้คิดไว้ว่า ดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย 
 
แต่โปรดจำไว้เถอะว่า
หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดัง ๆ
พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า...ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว
โปรดห้ามใจเถอะ ก่อนที่ชั้นจะอ่อนล้าไปกว่านี้...
 
ก็จงชอบต่อไปเถอะ
การรักใครซักคน ไม่ต้องการความพยายาม
"การตัดใจ"ต่างหาก ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย
ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า ความสุขยามที่คุณได้สบตาเค้า
กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า
อันไหนมันหนักหนากว่ากัน
 
อย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไป...
อย่าโทษเค้าที่ไม่มีใจให้...
อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน
 
แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง
ที่อย่างน้อย ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป
แต่ก็ยังได้พบ...
 
ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา
แต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไป...
 
ยิ้มให้กับโชคชะตา 
ที่ยังทำให้เรา...ได้รู้จักกัน
 
คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่ง
คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว
 
คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง...
คนที่ทำให้คุณหัวเราะ...และร้องไห้ได้มากมาย...
 
 
คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้า
ก็สามารถเปลี่ยนวันที่หมองหม่น...ให้กลายเป็นวันที่สดใส
เท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ?
 
แค่การได้เห็นคนที่เรารัก
ได้หัวเราะอยู่กับใครสักคนที่เค้ารักมากที่สุด
...นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก...อย่างจริงใจ 
 

 

                              

 

 

08 February

...



รักกลับชอบยังงัยกัน!!! (Love Or Like)

No man/woman is worth your tears and the only one who is,
will never make you cry.


ไม่มีชายหรือหญิงคนไหนมีค่าพอที่คุณจะต้องเสียน้ำตาให้
ส่วนคนที่มีค่าพอนั้น
เขาย่อมที่จะไม่มีวันทำให้คุณร้องไห้อย่างเด็ดขาด

If you love someone,
put their name in a circle,
instead of a heart,
because hearts can break,
but circles go on forever.



ถ้าคุณรักใครสักคน

จงเอาเขาไว้รอบตัวคุณแทนที่จะใส่เขาไว้ในใจ

เพราะหัวใจสามารถแตกสลายได้

แต่ถ้าเขาอยู่รอบตัวคุณ เขาจะอยู่กับคุณตลอดไป


Everyone hears what you say.
Friends listen to what you say.
Best friends listen to what you don't say.



ทุกคนได้ยินสิ่งที่ท่านพูด

เพื่อนทั่วๆไปจะรับฟังในสิ่งที่ท่านพูด

แต่เพื่อนแท้จะรับฟังความรู้สึกที่ท่านไม่เอ่ยมันออกมา


If all my friends were to jump off a bridge,
I wouldn't jump with them,
I'd be at the bottom to catch them.



ถ้าเพื่อนของทั้งหมดของข้าพเจ้าพร้อมใจกันกระโดด

ลงมาจากสะพาน

ข้าพเจ้าจะไม่โดดตามพวกเขาไป

แต่ข้าพเจ้าจะยอมรออยู่ที่ก้นเหวเพื่อที่จะรับพวกเขา


Don't frown,
because you never know who's falling in love with your smile!


อย่าทำหน้าบูดบึ้ง

เพราะว่าท่านจะไม่สามารถรู้ได้ว่ามีใครกำลังชื่นชม

รอยยิ้มของท่านอยู่


If you judge people,
you have no time to love them.



ถ้าท่านมัวแต่คิดตัดสินผู้อื่น

ท่านก็จะไม่มีเวลาพอที่จะรักและเข้าใจพวกเขา


Be kind,
for everyone you meet is fighting a harder battle.



จงมีจิตใจที่ดีต่อผู้อื่น

เพราะว่าทุกคนที่ท่านพบกำลังต่อสู้กับปัญหาที่ยิ่งใหญ่

กว่าที่ท่านกำลังประสบอยู่


It may take only a minute to like someone,
only an hour to have a crush on someone
and only a day to love someone
but it will take a lifetime to forget someone.



มันอาจจะใช้เวลาเพียงชั่วนาทีที่จะชอบใครสักคน

เพียงชั่วโมงที่จะนึกรักใครสักคน

และเพียงชั่ววันที่จะรักใครสักคน

แต่มันจะใช้เวลาชั่วชีวิตของท่านที่จะลืมคนคนนั้น


Enthusiasm is contagious.
You might cause an outbreak and affect many.



ความกระตือรือล้นนั้นติดต่อกันได้

โดยที่ท่านอาจสามารถแพร่มันออกไปและส่งผล

กระทบให้อีกหลายคนกระตือรือล้นตามท่านได้


Yesterday is the history,
tomorrow is a mystery.
Today is a gift,
that is why it is called the present.



เมื่อวานคืออดีต

พรุ่งนี้คือปริศนา

แต่วันนี้คือสิ่งที่ท่านมี

นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงเรียกปัจจุบันนี้ว่าของขวัญ(Present)


Dance like nobody's watching,
and love like it's never gonna hurt.



ปล่อยตัวเต้นรำให้สนุกสนานเหมือนไม่มีใครจ้อง

และจงรักเหมือนว่ามันจะไม่นำความเจ็บปวดมาให้

 
-Bye Bye MylOve-

 
 
 

31 January

ความรัก + การเรียน

เภสัชกรรม : แค่ก... แค่ก... ขอยาให้ผมหน่อย .. ผมมีอาการไอ...เลิฟ ยู...

พยาบาล : หน้าที่ของเธอคือเยียวยา พอรักษาหายเธอก็จากไป

สัตวแพทย์ : Love me , love my dog

ครุศาสตร์ : ผมสามารถสอนคุณได้ทุกอย่าง แต่มีเรื่องเดียวที่อยากให้คุณสอนผม

นิเทศ : อกหักไม่ใช่เรื่องใหญ่ ยังเล่นใหม่ได้อีกหลายเทค

นิติศาสตร์ : โธ่เอ๊ย...ความรักนี่ช่างไม่ยุติธรรมเลย

รัฐศาสตร์ : หนุ่มรัฐศาสตร์ขอบอกเธอว่า รัก...สาด...สาด

บัญชี : คำนวณตัวเลขอาจใช้เวลาเพียงเสี้ยวนาที แต่คำนวณใจเธอนั้นใช้เวลาเป็นปี

จิตวิทยา : สะกดจิตเป็นเรื่องง่าย สะกดใจเป็นเรื่องยาก

อักษรศาสตร์ : หว่ออ้ายหนี่ ติอาโม เฌอแตม ไอเลิฟยู รักหลายเด้อ..

เศรษฐศาสตร์: ได้ใจเธอคือกำไร เธอไม่สนใจคือเท่าทุน

โครงการพัฒนา Software : Heartdisk ของเธอมีกี่ “กิ๊ก”...ส่งใจไปเท่าไหร่ก็ไม่เต็ม

วิทยาศาสตร์ : ความรักไม่มีสูตรตายตัว

ศิลปกรรม : ปั้นเท่าไหร่ก็ไม่เหมือน เพราะเธอน่ารักขึ้นทุกวัน

วิทย์กีฬา : ร่างกายแข็งแรง แต่หัวใจอ่อนแอ

แพทย์ : บุหรี่ไม่สูบสุขภาพก็ดูแลดี แต่พอเจอเธอทุกที มีอาการโรคปอดขึ้นทันใด

สถาปัตย์ : รักออกแบบไม่ได้

ทันตะ : ถ้าตรวจฟันผมคงเจอแมงกินฟัน.... ถ้าตรวจใจผมคงเจอเธอกินใจ

วิศวกรรม : คณะเราผู้ชายมันเยอะนี่หว่า.....

สหเวชศาสตร์: ไม่รู้เครื่องเอกซเรย์เสียรึเปล่า เพราะเอกซเรย์ลงไปก็เจอแต่หน้าเธอ

22 January

··¤(`×[¤ เรื่องราวของบักเดช ¤]×´)¤··

* รู้มั้ยว่า...ทำไม บักเดช
ถึงพาเพื่อน..แห่กันไปเที่ยวผับ.. ทีละ18 คน...
ก็เพราะหน้าผับ .เขาประกาศไว้ว่า ..ต่ำกว่า 18 ห้ามเข้าน่ะสิ (!!)

* บักเดช..ไปร้านขายทีวี.. ! ถามคนขายว่า
ไม่ทราบว่า..ที่นี่มีทีวีสีขายรึเปล่า? คนขาย
ตอบว่า.. มี
บักเดชเลยบอกว่า .. งั้นเอาสีเขียวมาเครื่องหนึ่ง >(!!)

* บักเดช..เข้าไปเดินดูของในร้านจีฉ่อย
เห็นกระติกน้ำทำจากโลหะอันหนึ่งวางอยู่ บักเดช
ถามอาอึ้มว่า อึ้ม.. ไอ้ที่วอบแวบสีเงินๆ นั่นอะไร
อึ้มตอบว่า กระติกน้ำไง .(ไอ้ฟาย)
แล้วมันทำอะไรได้มั่ง
ก็ใส่ของร้อน-ก็ร้อนนาน
ใส่ของเย็น-ก็เย็นนาน
บักเดช..เห็นว่าน่า สนใจ..เลยตกลงซื้อมาอันหนึ่ง วันรุ่งขึ้น..
บักเดช..ก็เอากระติกน้ำที่เพิ่งซื้อมา..ไปที่ทำงาน..ตั้งอวดบนโต๊ะ..อย่างภาคภูมิ
หัวหน้าบักเดชเห็นเข้า..เลยถามขึ้น
อะไรนั่นน่ะ..บักเดช กระติกน้ำครับ แล้วมันมีอะไรพิเศษหรือ
ก็ใส่ของร้อน..ก็เก็บความร้อนได้ ...
หรือใส่ของเย็น..ก็เก็บความเย็นได้ หัวหน้าเลยถามว่า
.. แล้วใส่อะไรมาล่ะ
บักเดชยืด..ก่อนจะตอบว่า.. กาแฟร้อน 2 แก้ว..กับไอติม 1 ถ้วย ครับ (!!)

* ทุกครั้ง..หลังถ่ายเอกสารเสร็จ
บักเดช..จะเอาฉบับก๊อปปี้-มาตรวจทาน..เทียบกับต้นฉบับ
เพื่อเช็คดูว่า..มีคำไหนสะกดผิดหรือเปล่า (!!)

* บักเดช..จะยิ้มทุกครั้ง..ที่ฟ้าผ่า
เพราะนึกว่า..มีคนกำลังถ่ายรูปเขาอยู่ (!!)

* รู้ป่าวว่า... ทำไมบักเดช..ถึงกดโทรศัพท์เบอร์ฉุกเฉิน (911)..ไม่ได้
ก็เพราะ... เขาหาเบอร์ 11 (สิบเอ็ด) ..บนแป้นไม่เจอน่ะสิ (!!)

* บักเดช..เพิ่งซื้อคอมพิวเตอร์มาใหม่เครื่องหนึ่ง
เล่นไปซักพัก..ก็เจอปัญหา บักเดช..เลย
ลองกดที่ HELP บนแป้น F1 ผ่านไปพักใหญ่...
บักเดชหงุดหงิดมากเลยโทรไปต่อว่า..ร้านที่เขาซื้อคอมมา
ผมกด F1 ตามที่เครื่องบอก.. เวลาที่มีปัญหาแล้วก็รออยู่เป็นชั่วโมง.. ยังไม่เห็นมีใครมาช่วยเลย
คนขาย : (ไอ้...) (!!)

* บักเดช..ไปหาหมอ...ในสภาพหูบวมแดงน่ากลัว หมอถามว่า..
ไปโดนอะไรมาครับ บักเดชตอบว่า.. ผมกำลังรีดผ้าอยู่..
แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้น แต่แทนที่จะหยิบ
โทรศัพท์มาพูด ผมดันเผลอ..เอาเตารีดขึ้นมาแนบหูน่ะสิ
โอ้ว ..เดียร์หมออุทานเป็นภาษาฝรั่ง..ด้วยความเวทนา
แล้วหูอีกข้าง..ทำไมถึงแดงเหมือนกันล่ะ..หมอถามต่อ
ก็ไอ้บ้านั่น...เสือ_โทร.กลับมาอีกรอบ..อ่ะดิหมอ > > (!!)

* หลังจาก...ใช้ความพยายาม..ต่อจิ๊กซอว์อยู่นาน
ในที่สุด..บักเดชก็ต่อเสร็จ เขาเอาไปอวดเพื่อน..ด้วยความภูมิใจ
เป็นไง เนี่ยฉันใช้เวลาต่อ..แค่ 5เดือนเองนะโว้ย
เพื่อนบักเดชงง..ที่เขากล้าอวด 5 เดือนเหรอ !
แถวบ้านฉันเรียกว่า..!โคตรนานเลยนะนั่น
” แกนี่ไม่รู้อะไร "บักเดช..ไม่ยอมลดละ
" ดูที่กล่องนี่ ..เห็นมั้ย ..มันบอกว่า... > “> สำหรับ >4 -  7 ปี แต่..ฉันใช้เวลาแค่ 5 เดือนเองนะเฟ้ย.."
 
 
•·.·´¯`·.·• อ่านดูน๊า ขำ ขำ •·.·´¯`·.·•